ผลงานจากการแข่งขัน Microsoft ASEAN AI for Accessibility Hackathon 2025
-
วิดีโอสไลด์นำเสนอ https://youtu.be/k422q21HJVQ
-
ตัวอย่างแอปทดลอง https://www.figma.com/proto/aPHcvoX6ZeABCXnpGNp1yq/SONA?node-id=68-549&t=vdkMQF9NuUoOoVzF-1&starting-point-node-id=7%3A4
จุดเริ่มต้นและปัญหา (Pain Point)
ทีมงานพบว่าผู้พิการทางสายตามีความยากลำบากในการเดินทาง เนื่องจากอุปกรณ์ช่วยเหลือในตลาดยังมีข้อจำกัด ทั้งเรื่องขนาดที่เทอะทะ การต้องพึ่งพาสมาร์ตโฟนตลอดเวลาจนทำให้แบตเตอรี่หมดไว และราคาอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่สูงแถมยังพ่วงค่าบริการรายเดือน (Subscription)
โซลูชันของ SONA One
SONA One ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นฮาร์ดแวร์สวมใส่ (Fashion wear) ที่ช่วยลดการเป็นจุดสนใจจากผู้คนรอบข้าง มาพร้อมฟีเจอร์เด่นดังนี้:
-
การนำทางและตรวจจับสิ่งกีดขวาง: สามารถนำทางได้แบบเรียลไทม์ ตรวจจับสิ่งกีดขวางระยะไกล และใช้งานได้ดีแม้ในที่แสงน้อย (Night Vision)
-
ฮาร์ดแวร์ประสิทธิภาพสูง: กล้องมุมกว้างพิเศษ 175 องศา (SONY IMX219), แบตเตอรี่ Silicon-carbon, รองรับ 5G และ Bluetooth 6.0, กันน้ำฝุ่นมาตรฐาน IP68 และรองรับการชาร์จไร้สาย 15W
-
การออกแบบที่ใส่ใจผู้ใช้: มีระบบกระจายน้ำหนักที่ดี (น้ำหนักทิ้งลงด้านล่างมากกว่าด้านบน), ควบคุมด้วยปุ่มสัมผัส (Capacitive touch) และเชื่อมต่อตั้งค่าครั้งแรกได้ง่ายๆ ผ่าน NFC
-
การทำงานเบื้องหลัง: ประมวลผลผ่านระบบคลาวด์ของ Microsoft อย่าง Azure AI Vision, Azure OpenAI และ Azure Maps โดยสื่อสารกับผู้ใช้ผ่านหูฟัง (แนะนำแบบ Bone-Conduction) ด้วยเทคโนโลยี Text-to-Speech และ Speech-to-Text
โมเดลธุรกิจและผลกระทบ (Business & Impact)
-
กลุ่มเป้าหมาย: ผู้พิการทางสายตาอายุ 25-50 ปี ที่มีรายได้ประมาณ 20,000 - 50,000 บาท/เดือน
-
ขนาดตลาด: ประเมิน SOM (Serviceable Obtainable Market) ไว้ที่ประมาณ 3,000 คนในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดใหญ่
-
ความได้เปรียบทางการแข่งขัน: SONA One วางจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 14,900 บาท (จ่ายครั้งเดียวจบ ไม่ต้องมี Subscription) รองรับภาษาไทย มีน้ำหนักเบา และสามารถทำงานแบบ Standalone ได้เมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาด
-
ผลกระทบที่คาดหวัง: ในระยะสั้นช่วยให้ผู้ใช้เดินทางสะดวก ปลอดภัย และลดการถูกจับจ้อง ส่วนในระยะยาวจะช่วยสร้างทางเลือกในตลาด และพัฒนาทักษะการเดินทางและออกกำลังกาย ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้พิการทางสายตาให้ดียิ่งขึ้น